วิดีโอแนะนำองค์กรที่ดี ต้องมีอะไรบ้าง? เช็กลิสต์ 7 ข้อก่อนเริ่มถ่าย
หลายบริษัทเริ่มโปรเจกต์วิดีโอแนะนำองค์กรด้วยประโยคเดียวกันว่า "อยากได้วิดีโอบริษัทสักตัวหนึ่ง" แล้วข้ามไปคุยเรื่องคิว เรื่องกล้อง เรื่องงบทันที พอวิดีโอเสร็จออกมา ภาพสวย เพลงดี แต่พอถามว่าจะเอาไปใช้ตรงไหน ใครคือคนที่ต้องดู และอยากให้เขาทำอะไรต่อ กลับตอบไม่ได้ สุดท้ายไฟล์ก็ไปนอนอยู่ในไดรฟ์ ถูกเปิดปีละครั้งตอนประชุมประจำปี
เราเจอสถานการณ์นี้บ่อยมาก และเกือบทุกครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ทีมถ่ายทำหรืออุปกรณ์ แต่อยู่ที่ขั้นตอนก่อนเริ่มถ่ายที่ถูกข้ามไป วิดีโอแนะนำองค์กรคืองานที่ลงทุนครั้งเดียวแล้วต้องใช้ได้อีกหลายปี ถ้าโจทย์ตั้งต้นเบลอ ต่อให้โปรดักชันดีแค่ไหน ผลลัพธ์ก็เบลอตามไปด้วย
บทความนี้เราสรุปเป็นเช็กลิสต์ 7 ข้อที่ใช้คุยกับลูกค้าจริงในขั้นตอน pre-production คุณหยิบไปนั่งคุยกันเองในทีมก่อนติดต่อโปรดักชันเฮาส์ก็ได้ ยิ่งตอบได้ครบเท่าไหร่ งานหลังจากนั้นก็ยิ่งเร็วและประหยัดขึ้นเท่านั้น
ทำไมวิดีโอองค์กรจำนวนมากถึงไม่ถูกใช้งาน
ปัญหาที่พบซ้ำ ๆ มีไม่กี่แบบ แบบแรกคือวิดีโอที่พยายามพูดทุกอย่างในคลิปเดียว ตั้งแต่ประวัติผู้ก่อตั้ง รางวัลที่ได้รับ สินค้าทุกรุ่น ไปจนถึงวิสัยทัศน์ระยะยาว คนดูจับใจความไม่ได้เพราะไม่มีอะไรถูกเน้น แบบที่สองคือวิดีโอที่ทำตามรสนิยมของผู้บริหารแต่ไม่ได้ทำเพื่อคนดู เช่น อยากได้ภาพโดรนบินเหนืออาคารยาว ๆ ทั้งที่ลูกค้าอยากรู้แค่ว่าโรงงานผลิตได้มาตรฐานอะไรบ้าง
แบบที่สามคือวิดีโอที่ไม่ได้ออกแบบให้เข้ากับช่องทางที่จะใช้ ถ่ายมาแนวนอนยาวห้านาที แต่ทีมขายต้องการคลิปสั้นส่งใน LINE ก่อนนัดประชุม สุดท้ายก็ต้องมาตัดใหม่ ซึ่งบางทีฟุตเทจที่มีก็ไม่พอ ทั้งสามแบบแก้ได้ด้วยการตอบคำถามให้ชัดก่อนถ่าย ไม่ใช่หลังถ่าย
เช็กลิสต์ 7 ข้อก่อนกดปุ่มถ่ายจริง
1. เป้าหมายของวิดีโอคืออะไร วัดผลอย่างไร
เริ่มจากคำถามที่ตรงที่สุด วิดีโอตัวนี้ทำขึ้นเพื่ออะไร เพื่อเปิดการขายกับลูกค้าองค์กร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้คู่ค้าต่างประเทศ เพื่อใช้รับสมัครพนักงาน หรือเพื่อเปิดงานอีเวนต์ แต่ละเป้าหมายนำไปสู่วิดีโอคนละแบบโดยสิ้นเชิง ถ้าตอบว่า "เพื่อทุกอย่าง" ให้ลองบังคับตัวเองเลือกเป้าหมายหลักหนึ่งข้อ แล้วให้ที่เหลือเป็นผลพลอยได้
2. คนดูหลักคือใคร และเขารู้จักคุณแค่ไหน
ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยได้ยินชื่อคุณ กับคู่ค้าที่ทำงานด้วยกันมาสิบปี ต้องการข้อมูลคนละชุด กลุ่มแรกอยากรู้ว่าคุณคือใครและเชื่อถือได้ไหม กลุ่มหลังอยากเห็นศักยภาพใหม่ ๆ ที่เขายังไม่รู้
ลองเขียนหน้าตาคนดูออกมาสั้น ๆ ทั้งตำแหน่งงาน อุตสาหกรรม สิ่งที่เขากังวลก่อนตัดสินใจ และคำถามที่เขาถามทีมขายบ่อยที่สุด คำถามเหล่านั้นมักเป็นเนื้อหาที่ดีที่สุดของวิดีโอ
3. แก่นสารหนึ่งประโยคคืออะไร
ถ้าคนดูจำได้แค่ประโยคเดียวจากคลิปนี้ คุณอยากให้เขาจำอะไร ลองเขียนออกมาเป็นประโยคเดียวจริง ๆ เช่น "โรงงานที่รับงานยาก ๆ ที่คนอื่นปฏิเสธ" หรือ "ทีมที่อยู่กับลูกค้าตั้งแต่ออกแบบจนติดตั้งเสร็จ"
ประโยคนี้คือเข็มทิศของทั้งโปรเจกต์ ทุกช็อต ทุกบทสัมภาษณ์ ทุกกราฟิก ควรส่งเสริมประโยคนี้ อะไรที่ไม่เกี่ยวก็ตัดออกได้โดยไม่ต้องเสียดาย
4. โครงเรื่องเดินอย่างไร
วิดีโอองค์กรที่ดีไม่ใช่การอ่านโบรชัวร์ให้ฟัง แต่มีการเดินเรื่องที่พาคนดูไปทีละขั้น โครงที่ใช้ได้กับธุรกิจส่วนใหญ่มีประมาณนี้
- เปิดด้วยปัญหาหรือความท้าทายที่ลูกค้าของคุณเจอจริง
- แสดงวิธีคิดและวิธีทำงานของคุณที่ตอบปัญหานั้น
- ให้เห็นหลักฐาน เช่น กระบวนการผลิต ทีมงาน มาตรฐาน หรือเสียงจากคนที่ทำงานด้วย
- ปิดด้วยภาพที่คุณอยากให้คนดูจดจำ พร้อมทางเดินต่อที่ชัดเจน
ถ้ามีบทสัมภาษณ์ผู้บริหาร ควรเตรียมคำถามและซักซ้อมประเด็นล่วงหน้า ไม่ใช่ปล่อยให้พูดสดหน้ากล้องแล้วหวังว่าจะตัดได้
5. ความยาวเท่าไหร่ถึงพอดี
ความยาวที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่คนดูจะได้เห็นวิดีโอ ไม่ใช่ปริมาณเนื้อหาที่คุณอยากใส่
- เปิดหน้าเว็บไซต์หรือส่งให้ลูกค้าดูก่อนนัด เหมาะกับความยาวกระชับ ระดับหนึ่งถึงสองนาที
- ใช้เปิดงานอีเวนต์หรือประกอบการนำเสนอ ยืดหยุ่นได้มากกว่า เพราะคนดูตั้งใจดูอยู่แล้ว
- ใช้บนโซเชียลมีเดีย ต้องสั้นและตรงประเด็นตั้งแต่วินาทีแรก
ทางที่เราแนะนำบ่อยคือถ่ายครั้งเดียวแต่ออกแบบให้ตัดได้หลายเวอร์ชัน ตัวเต็มสำหรับเว็บไซต์ ตัวสั้นสำหรับโซเชียล และตัวสั้นมากสำหรับโฆษณา
6. ภาพลักษณ์แบรนด์ถูกกำหนดไว้แค่ไหน
เรื่องนี้ถูกมองข้ามบ่อย ทั้งที่มีผลกับความรู้สึกของคนดูมาก สิ่งที่ควรเตรียมให้ทีมโปรดักชันตั้งแต่ต้น ได้แก่ โลโก้ไฟล์ต้นฉบับ ชุดสีแบรนด์ ฟอนต์ที่ใช้ได้ โทนภาพที่ต้องการ ไปจนถึงเรื่องเล็ก ๆ อย่างเครื่องแบบพนักงานและความเรียบร้อยของพื้นที่ถ่าย ถ้ายังไม่มีไกด์ไลน์เป็นเอกสาร อย่างน้อยควรรวบรวมตัวอย่างงานที่ชอบและไม่ชอบมาให้ดู เพื่อให้เข้าใจรสนิยมตรงกันก่อนเริ่ม
7. หลังได้ไฟล์แล้วจะเอาไปใช้ที่ไหนบ้าง
ก่อนถ่ายควรรู้แล้วว่าไฟล์สุดท้ายจะไปอยู่ตรงไหน หน้าเว็บไซต์ ช่อง YouTube เพจ Facebook จอในบูธงานแสดงสินค้า หรือส่งให้ทีมขายใช้ต่อ เพราะแต่ละที่ต้องการสัดส่วนภาพ ความยาว และซับไตเติลไม่เหมือนกัน การรู้ตั้งแต่แรกทำให้ทีมถ่ายเผื่อองค์ประกอบภาพไว้ได้ เช่น เว้นพื้นที่หัวท้ายเผื่อครอปแนวตั้ง หรือถ่ายบีโรลเพิ่มเผื่อตัดเวอร์ชันสั้น
สิ่งที่ควรเตรียมฝั่งองค์กรก่อนวันถ่าย
นอกจากเช็กลิสต์เชิงกลยุทธ์แล้ว ยังมีงานหลังบ้านที่ช่วยให้วันถ่ายราบรื่นขึ้นมาก
- ยืนยันให้ชัดว่าใครคือคนตัดสินใจสุดท้าย เพื่อไม่ให้เกิดการแก้กลับไปกลับมาหลังตัดต่อ
- เคลียร์พื้นที่และเวลาให้จริง โดยเฉพาะการถ่ายในไลน์ผลิตที่มีเรื่องความปลอดภัยเข้ามาเกี่ยว
- แจ้งพนักงานที่จะปรากฏในภาพล่วงหน้า พร้อมขอความยินยอมให้เรียบร้อย
- เตรียมข้อมูลประกอบ เช่น ตัวเลขที่เผยแพร่ได้ ใบรับรองมาตรฐาน หรือภาพงานเก่าที่มีสิทธิ์ใช้
- กำหนดวันส่งงานแต่ละขั้นให้ตรงกับปฏิทินการตลาดจริง
ทำงานกับทีมโปรดักชันอย่างไรให้ได้งานตรงใจ
สิ่งที่ทำให้โปรเจกต์ราบรื่นที่สุดคือบรีฟที่ตรงไปตรงมา บอกงบที่มีจริงตั้งแต่แรก บอกข้อจำกัดด้านเวลา และบอกสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด เช่น ห้ามเผยแพร่ภาพเครื่องจักรบางส่วน ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผลงานแย่ลง แต่ช่วยให้ทีมออกแบบทางออกได้ตั้งแต่ต้น
อีกเรื่องคือรวมความเห็นให้เป็นชุดเดียวก่อนส่งกลับ แทนการทยอยส่งจากหลายคนหลายรอบ และควรคุยกันตั้งแต่ต้นว่าไฟล์ต้นฉบับ ฟุตเทจดิบ และสิทธิ์การใช้เพลงครอบคลุมแค่ไหน เพื่อให้นำวิดีโอไปต่อยอดได้โดยไม่ติดปัญหาภายหลัง
เริ่มจากบทสนทนาสั้น ๆ ก่อนก็ได้
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังตอบเช็กลิสต์ได้ไม่ครบทุกข้อ ถือว่าปกติ เพราะหลายข้อต้องคุยกับคนที่ทำวิดีโอมาก่อนถึงจะตกผลึก
ที่ AkiraConzept เราทำวิดีโอองค์กรและงานแบรนดิ้งให้ธุรกิจไทยมาตั้งแต่ปี 2017 และเราชอบเริ่มจากการนั่งคุยโจทย์ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะยังไม่มีงบชัดเจนหรือยังไม่แน่ใจว่าควรทำวิดีโอแบบไหน คุยกับเราได้ฟรี เราจะช่วยจัดลำดับความคิดและบอกตรง ๆ ว่าอะไรจำเป็นและอะไรยังไม่ต้องรีบ
ทักมาได้ที่ LINE: @akiraconzept · โทร 098 936 9199 · อีเมล studio@akiraconzept.com